สารจากประธานกรรมการ

ปี 2561 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่สร้างความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการครองความเป็นที่หนึ่งของธุรกิจประเภท “ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า” ที่มีจำนวนสาขามากที่สุด และดำเนินธุรกิจได้มายาวนานกว่า 39 ปี ด้วยความมุ่งมั่น ขยายการลงทุนในจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมการนำเสนอสินค้าที่ทันสมัย และการบริการที่ได้มาตรฐาน มอบให้แก่ลูกค้าทั่วไทย เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งการตลาดอย่างมีผลกำไร

โดยในปี 2561 บริษัทฯ ได้สานต่อแผนธุรกิจด้วยการเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง นับจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการแล้วมากถึง 48 แห่งทั่วประเทศใน 2 รูปแบบ คือ “ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน” และ “ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์” ซึ่งหากแบ่งตามภูมิภาค จะมีสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 11 สาขา และต่างจังหวัด 37 สาขา ทำให้บริษัทฯ สามารถครอบครองทำเลที่สำคัญในแต่ละภูมิภาคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่สร้างความท้าทายต่อผู้ประกอบค้าปลีกเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่ไปกับการนำเสนอกลยุทธ์การตลาด เพื่อให้ตอบรับกับกลุ่มเป้าหมายและผลักดันให้เกิดยอดขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคงเพิ่มการมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “โรบินสันทำดี” เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ช่วยผลักดันให้ “โรบินสัน” ครองความเป็นห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมในใจนักช้อปคนไทยไปพร้อมกับการสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า บริษัทผู้ร่วมค้า และพนักงานทุกคน

จากความสำเร็จในด้านต่างๆ ยังส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล Outstanding Investor Relations Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฐานะที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการดำเนินกิจกรรมด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน SET Awards 2018 และพร้อมกันนี้ ยังได้รับรางวัล “สถานประกอบกิจการดีเด่น” ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานประจำ ปี 2561 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน อย่างต่อเนื่องมา 12 ปี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นสถานประกอบการที่เอาใจใส่ในบุคลากรขององค์กรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงมีความก้าวหน้าในการทำงานกับองค์กรอีกด้วย ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงความเป็นบริษัทฯ ชั้นนำที่มีบรรษัทภิบาลที่ดีเสมอมาโดยยึดมั่น ในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ขานรับนโยบายรัฐ โดยได้รับประกาศนียบัตรผ่านกระบวนการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตทุกรูปแบบ

สุดท้ายนี้ ในนามของตัวแทนคณะกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทฯ ขอกล่าวขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้นที่ได้ให้ความไว้วางใจในการบริหารงาน และการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ และขอขอบคุณคณะผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทฯ สามารถฟันฝ่าความท้าทายหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา รวมถึง ขอขอบคุณคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายที่ได้ให้ความร่วมมือกับบริษัทฯ เป็นอย่างดีเสมอมา

นายสุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์
ประธานกรรมการ