ถามตอบ

Q.01 ปัจจุบันโรบินสันมีจำนวนสาขาทั้งหมดกี่สาขา และมีแผนการเปิดสาขาในปี 2562

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาเปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 49 สาขา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 11 สาขา และต่างจังหวัด 38 สาขา โดยในปี 2562 บริษัทฯ วางแผนแผนการเปิดอีก 2 สาขาในรูปแบบห้างสรรพสินค้า ในจังหวัดพะเยา ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อเดือนมกราคม และศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ลาดกระบัง ในจังหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2562 โดย ณ สิ้นปี 2562 บริษัทฯ จะมีสาขาทั้งหมด 50 สาขา

 
Q.02 อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) ของบริษัทฯ ในส่วนของพื้นที่เช่าในไตรมาส 1 ปี 2562

ในไตรมาส 1 ปี 2562 อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) ของบริษัทฯ ในส่วนของพื้นที่เช่าอยุ่ที่ร้อยละ 99

 
Q.03 Private label brands มีสัดส่วนเป็นร้อยละเท่าไรของยอดขาย ในไตรมาส 1 ปี 2562

ในไตรมาส 1 ปี 2562 Private label brands คิดเป็นสัดส่วน ที่ 12.4% ของยอดขาย

 
Q.04 บริษัทฯ มีกลยุทธ์อย่างไรในปี 2562

บริษัทฯ มีกลยุทย์ดังต่อไปนี้

  1. บริหารแบรนด์สินค้าและพัฒนาสินค้า Private Label อย่างต่อเนื่อง
    บริษัทฯ คัดสรรสินค้าที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย และสินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะในสาขาของโรบินสันเท่านั้น เพื่อสร้างความแตกต่าง รวมถึงการนำเสนอแคมเปญทางการตลาดที่แตกต่างและเป็นที่จดจำของลูกค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ โดยบริษัทฯ จำหน่ายสินค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าที่บริษัทฯ พัฒนาเอง และสินค้าที่บริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายในประเทศ
  2. ขยายสาขาใหม่บนทำเลที่มีศักยภาพ ยึดครองส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างมั่นคงและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้ามากกว่าการเข้ามาซื้อสินค้า
    บริษัทฯ มุ่งขยายสาขาใหม่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง ปีละ 2-3 สาขา เพื่อให้ได้ทำเลที่มีศักยภาพและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ก่อน และปรับปรุงสาขาที่ยังดำเนินการอยู่อย่าง ต่อเนื่อง โดยการผสมผสานการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ภายในศูนย์การค้า ในรูปแบบต่างๆ และนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ที่โดดเด่นให้แก่ ลูกค้า รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาล มุ่งสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้นและ สนุกสนานเพลิดเพลิน เพื่อให้โรบินสัน เป็นศูนย์กลางของชุมชนที่เป็นศูนย์รวมของลูกค้าทุกเพศและทุกวัย
  3. พัฒนาธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็น Omni-channel ที่สมบูรณ์แบบ
    บริษัทฯ ได้สร้างกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ Omni-channel โดยการพัฒนาช่องทางการให้บริการผ่านการเชื่อมต่อระหว่างการให้บริการออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพิ่มจำนวนสินค้า (SKU) นำเสนอ content ที่น่าสนใจ และใช้ Social media ในรูปแบบต่างๆ มาสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น รวมถึง พัฒนาบริการใหม่ “CHAT & SHOP” นอกเหนือจากบริการ Click & Collect ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
  4. บริหารฐานข้อมูลลูกค้า
    บริษัทฯ ได้นำฐานข้อมูลลูกค้าในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ต่างๆ มาต่อยอดและขยายโอกาสทางธุรกิจ และจัดโปรโมชั่นให้เหมาะสมกับลูกค้า ซึ่งจะส่งผล ให้เกิดความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
  5. ควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    บริษัทฯ มีมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนงาน และการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการ และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งได้ริเริ่มรวมพื้นที่ขายและพื้นที่เช่าเข้าด้วยกัน (Integrated layout) เพื่อให้ใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
Q.05 บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายปันผลอย่างไร

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลในสถานการณ์ปกติที่อัตราประมาณร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (หลังหักภาษีเงินได้) ซึ่งการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ ที่ผ่านมา มีดังนี้

ปี กำไรสุทธิ (ล้านบาท) เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) อัตราการจ่ายเงินปันผล
2557 1,927 0.90 51.9%
2558 2,153 1.00 51.6%
2559 2,815 1.25 49.3%
2560 2,742 1.25 50.6%
2561 2,937 1.35 51.1%