สารจากคณะผู้บริหาร

ภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2561 เริ่มฟื้นตัวจากปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น แผนพัฒนาประเทศที่มีความชัดเจนมากขึ้น ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงโครงการประชารัฐต่างๆ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล สำหรับธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อันเป็นผลจากกำลังซื้อที่จะปรับตัวดีขึ้นในวงกว้าง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

ผลงานในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีภาพรวมผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 31,591 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4.1 และกำไรสุทธิมีจำนวน 2,937 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 7.1 สำหรับ การดำเนินงานสำคัญและปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ คือ การพัฒนากลุ่มสินค้าให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า การเพิ่มสัดส่วนของกลุ่มสินค้า Private Label เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น และการพัฒนาธุรกิจ Omni-Channel รวมถึงการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุร และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชัยภูมิ รวมถึงการปรับปรุงสาขาที่ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยการผสมผสานการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ภายในศูนย์การค้ารูปแบบต่างๆ และนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ที่โดดเด่นให้แก่ ลูกค้า รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาล เพื่อให้โรบินสันเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่เป็นศูนย์รวมของลูกค้าทุกเพศและทุกวัย

สภาพการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกมีมากขึ้นจากผู้ประกอบการ ทั้งรายใหม่และรายเก่า รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยในยุค ดิจิตอล อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือ Digital Disruption ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในเวลานี้ ซึ่งล้วนจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันต้องมีการปรับตัวที่จะทำให้ “ศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า” เป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง แต่ต้องตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้วางกลยุทธ์ที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับพันธมิตรคู่ค้า ภายใต้ 4 กลยุทธ์ คือ 1) การบริหารแบรนด์สินค้า ที่จะสร้างให้บริษัทฯ กลายเป็น Lifestyle Destination ของลูกค้าที่จะสร้างประสบการณ์ในการช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ ที่พร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร 2) กลยุทธ์การขยายสาขาและการบริหารพื้นที่ขาย ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาถึง 48 สาขา ทั้งในรูปแบบห้างสรรพสินค้าและ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ โดยมีพื้นที่การให้บริการรวมถึงกว่า 1,000,000 ตารางเมตร และมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการกว่า 90 ล้านคนต่อปี 3) การพัฒนาธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็น Omni-Channel ที่สมบูรณ์แบบ โดยการเชื่อมต่อทุกช่องทางการขาย ทั้งออนไลน์เข้ากับออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลื่นไหลได้อย่างสะดวกสบาย โดยตอบรับต่อไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของลูกค้ายุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งตอบรับต่อโลกของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยผ่านช่องทาง Robinson Shopping Online และระบบช้อปปิ้งออนไลน์ “Click and Collect” บน www.robinson.co.th รวมทั้งบริการล่าสุดอย่าง Robinson Chat & Shop ผ่าน LINE@RobinsonOnline 4) การบริหารฐานข้อมูลลูกค้า ที่นับเป็นบิ๊กดาต้า (Big data) ที่แข็งแกร่งในธุรกิจค้าปลีก โดยบริษัทฯ มีการปรับรูปแบบการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันด้วยแพลทฟอร์มการสื่อสารทางออนไลน์ที่มีศักยภาพ ซึ่งโรบินสันได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดีผ่านการสื่อสารทาง LINE ผ่าน LINE-Smart Connect ทั้ง LINE-Friends Facebook Instagram และ Youtube Channel โดยบริษัทฯ ได้นำฐานข้อมูลลูกค้าในช่องทางออนไลน์ต่างๆ มาต่อยอด และขยายโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

เหนืออื่นใด การพัฒนาองค์กรยังต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในด้านข้อมูล ทักษะ การบริการ อันจะเป็นกลไกหลักสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจก้าวไปอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การอบรมให้เท่าทันเทคโนโลยีด้านต่างๆ ให้กับพนักงาน เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ นำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ในเรื่องการประหยัดพลังงาน รวมถึงการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยหลักจรรยาบรรณ บรรษัทภิบาล และแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์การดำเนินงานที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำ Omni-Channel Department Store อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมทั้งเป็นผู้นำธุรกิจการพัฒนาศูนย์การค้าในประเทศไทย โดยยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric)

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์
กรรมการผู้จัดการใหญ่